ข้อดีของการเทรด CFD

CFD คืออะไร

ด้วยเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น..ทุกๆ ท่านก็คงจะตระหนักหรือค่าครองชีพในปัจจุบันที่แพงแสนแพง จะใช้ชีวิตแบบอู้ฟู้ก็ต้องมีรายได้หลายทาง ซึ่งจะตอบโจทย์ของทุกๆ ท่านมากที่สุด และหนึ่งในการสร้าง Passive Income ที่เป็นที่นิยม ซึ่งนั้นก็คือการเทรดในรูปแบบ “CFD” ครับ และหลายๆ ท่านอาจจะไม่เข้าใจว่า “CFD คืออะไร” และ “มีข้อดีข้อเด่น” อะไรบ้าง? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบกันครับ

รู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “CFD คืออะไร?”

CFD ย่อมาจาก “Contract for Difference” หรือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่าง” ครับ ในบริบทของการเทรดและการลงทุน มันคือ ข้อตกลงระหว่างสองฝ่าย (โดยทั่วไปคือคุณซึ่งเป็นเทรดเดอร์ และโบรกเกอร์) เพื่อแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างเวลาที่คุณเปิดสัญญาและเวลาที่คุณปิดสัญญา

  • คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง: เมื่อคุณเทรด CFD หุ้น Apple คุณไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของ Apple จริงๆ แต่คุณกำลังทำสัญญากับโบรกเกอร์เพื่อเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาหุ้น Apple
  • เก็งกำไรจากส่วนต่างราคา: กำไรหรือขาดทุนของคุณจะขึ้นอยู่กับส่วนต่างของราคาที่คุณเปิดสัญญาและราคาที่คุณปิดสัญญา หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณก็จะได้กำไร แต่ถ้าราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม คุณก็จะขาดทุน
  • สินทรัพย์อ้างอิงหลากหลาย: CFD สามารถเทรดได้กับสินทรัพย์หลากหลายประเภทมากๆ ไม่ว่าจะเป็น:
    • หุ้น (Stocks): หุ้นของบริษัทต่างๆ เช่น Apple, Google, Tesla
    • ดัชนี (Indices): ดัชนีตลาดหุ้น เช่น S&P 500, NASDAQ, FTSE 100
    • สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): น้ำมัน, ทองคำ, เงิน, ก๊าซธรรมชาติ, สินค้าเกษตร
    • สกุลเงิน (Forex): คู่สกุลเงินต่างๆ เช่น EUR/USD, GBP/JPY
    • คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies): Bitcoin, Ethereum, Ripple (บางโบรกเกอร์)
  • Leverage (อัตราทด): CFD มักจะมาพร้อมกับ Leverage ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่คุณมีอยู่จริงได้ เช่น Leverage 1:10 หมายความว่าเงินทุน 1,000 บาทของคุณสามารถควบคุมการซื้อขายที่มีมูลค่าถึง 10,000 บาทได้ Leverage เป็นดาบสองคม ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนด้วย
  • Margin (เงินประกัน): ในการเปิดสถานะ CFD คุณจะต้องวางเงินประกัน (Margin) ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญาเต็มจำนวน Margin ทำหน้าที่เป็นหลักประกันสำหรับโบรกเกอร์
  • การทำธุรกรรมแบบ Over-the-Counter (OTC): การเทรด CFD ส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมโดยตรงระหว่างคุณกับโบรกเกอร์ ไม่ได้ผ่านตลาดกลางหรือศูนย์ซื้อขายที่เป็นทางการ

ทำไมคนถึงเทรด CFD?

  • โอกาสในการทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง: คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งเมื่อราคาขึ้น (โดยการเปิด Long) และเมื่อราคาลง (โดยการเปิด Short)
  • Leverage: ช่วยให้ใช้เงินทุนน้อยลงในการควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่มากขึ้น
  • เข้าถึงตลาดหลากหลาย: สามารถเทรดสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภทผ่านบัญชีเดียว
  • ความสะดวก: การเปิดและปิดสถานะมักจะรวดเร็วและง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

การใช้ทุนต่ำสำหรับการเทรดบน CFD ทำได้หรือไม่?

การใช้ทุนต่ำสำหรับการเทรดบน CFD สามารถทำได้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ CFD เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดหลายๆ คน ซึ่งเหตุผลที่ทำให้การใช้ทุนต่ำในการเทรด CFD เป็นไปได้สามารถกล่าวเป็น bullet ย่อยได้ดังนี้

  • Leverage (อัตราทด): นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การใช้ทุนต่ำเป็นไปได้ โบรกเกอร์ CFD มักจะเสนอ Leverage ที่ค่อนข้างสูง เช่น 1:10, 1:30, 1:50 หรือมากกว่านั้น หมายความว่าคุณสามารถควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่คุณมีได้หลายเท่า ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินทุน 100 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 1:30 คุณอาจสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าถึง 3,000 ดอลลาร์ได้
  • Minimum Deposit (เงินฝากขั้นต่ำ): โบรกเกอร์ CFD หลายแห่งมีเงินฝากขั้นต่ำในการเปิดบัญชีที่ไม่สูงมากนัก บางแห่งอาจเริ่มต้นที่หลักสิบหรือหลักร้อยดอลลาร์เท่านั้น ทำให้ผู้ที่มีเงินทุนเริ่มต้นไม่มากสามารถเข้าสู่ตลาดได้
  • Fractional Shares/Smaller Contract Sizes: สำหรับ CFD บางประเภท เช่น หุ้น หรือดัชนี บางโบรกเกอร์อาจอนุญาตให้เทรดในขนาดสัญญาที่เล็กลง หรือแม้แต่เศษส่วนของสัญญา ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการเปิดสถานะ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ข้อดีของการเทรด CFD” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในข้างต้นนี้ คิดว่าเป็นเนื้อหาที่ช่วยให้ทุกท่านเล็งเห็นถึงการเทรดแบบ CFD กันมากขึ้นครับ